ธุรกิจดอกดาวเรืองรับอานิสงส์เลือกตั้ง

Doarueng-2

คาดเม็ดเงินสะพัด 53 ล้านบาท

“ดอกดาวเรือง” ดอกไม้ที่ได้รับความนิยม และสามารถสร้างรายได้ให้กับธุรกิจร้อยพวงมาลัยขายเป็นอย่างมากในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งก็มักจะได้รับดอกดาวเรืองจากชาวบ้านหรือหัวคะแนนของตน เพื่อเป็นกำลังใจ โดยในช่วงที่มีการออกหาเสียงตามสถานที่ต่างๆ จะเห็นดอกดาวเรืองที่ร้อยเป็นพวงมาลัยประดับอยู่บนคอผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแทบจะทุกคน สาเหตุที่ดอกดาวเรืองเป็นที่นิยมมากกว่าดอกไม้ชนิดอื่นๆ นั้น สันนิษฐานกันว่า เนื่องมาจาก สีสันที่สดใสของดอกดาวเรือง ไม่เหี่ยวเฉาง่าย อีกทั้งชื่อของดอกไม้ก็มีความหมายไปในทางที่ดี เมื่อคล้องคอแล้วก็จะทำให้เจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งปี 2554 นี้ จะเพิ่มเม็ดเงินสะพัดให้กับธุรกิจร้อยมาลัยดอกดาวเรืองประมาณ 53 ล้านบาท ดังนั้น เท่ากับว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับดอกดาวเรือง ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกและร้านจำหน่ายมาลัยดอกไม้สด ต่างได้รับอานิสงส์ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เนื่องจาก ราคาดอกดาวเรืองที่ปรับสูงขึ้น และความต้องการพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่มีเพิ่มขึ้นด้วย

เลือกตั้งปี ‘54…ราคาดอกดาวเรืองพุ่งกว่าเท่าตัว

“ดอกดาวเรือง” ถือเป็นดอกไม้ที่ขายดี และได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้ง จากเดิมที่ความต้องการดอกดาวเรืองจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันสำคัญต่างๆ เช่น วันพระ วันลอยกระทง หรือไหว้บูชาเทพเจ้าของศาสนาฮินดู เป็นต้น สำหรับปี 2554 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ความต้องการดอกดาวเรืองเพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา และส่งผลต่อเนื่องถึงรายได้ของธุรกิจร้อยมาลัยดอกดาวเรืองขาย คือ “การเลือกตั้งปี 2554” โดยคาดว่า ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งประมาณ 40 วัน (ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2554-2 กรกฎาคม 2554) จะทำให้ความต้องการดอกดาวเรืองเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ โดยเฉพาะพวงมาลัยดอกดาวเรืองสำหรับคล้องคอ ที่คาดว่า จะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่งผลให้ราคาดอกดาวเรืองในช่วงนี้มีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้น  ประกอบกับช่วงของการเลือกตั้งในปีนี้ อยู่ในช่วงเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ดอกดาวเรืองต้องเจอกับ “สภาพอากาศที่แปรปรวน” มีฝนตกชุกในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้ดอกดาวเรืองได้รับความเสียหาย ปริมาณผลผลิตที่มีคุณภาพจึงลดลง ทำให้การเลือกตั้งในปีนี้ ราคาดอกดาวเรืองจึงมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่าการเลือกตั้งในปี 2550 ที่ผ่านมา ที่มีการเลือกตั้งในช่วงปลายปี ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น และมีปริมาณผลผลิตดอกดาวเรืองออกสู่ตลาดมาก

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า ปัจจุบัน นอกจากดอกดาวเรืองจะได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งแล้ว ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะดอกกุหลาบ จะเห็นได้ว่า บรรดาประชาชน กองเชียร์ หรือหัวคะแนนของพรรคต่างๆ นอกจากจะมีการให้พวงมาลัยดอกดาวเรืองแล้ว ยังมีการมอบดอกกุหลาบให้กับบรรดาผู้ลงสมัครเลือกตั้งอีกด้วย เพื่อเป็นการบ่งบอกถึงความรัก ความชื่นชอบ และให้กำลังใจ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ทำการสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้า พบว่า ดอกกุหลาบกลายเป็นดอกไม้อีกชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมรองจากดอกดาวเรือง เนื่องจาก มีราคาไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับราคาของพวงมาลัยดอกดาวเรือง แต่ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งจะทำให้ราคาดอกกุหลาบปรับเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน สำหรับดอกกุหลาบที่ขายดีในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ได้แก่ ดอกกุหลาบจาก อ. พบพระ จ. ตาก ที่มักจะมีการขายเป็นมัด มัดละ 50 ดอก โดยมีราคาปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงปกติประมาณร้อยละ 20-25 หรือเพิ่มขึ้นจากราคา 80-120 บาท/มัด ในช่วงปกติ เป็น 100-150 บาท/มัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความยาวของก้านดอก และสีของดอกกุหลาบ

 

พวงมาลัยดอกดาวเรืองช่วงเลือกตั้ง
คาดเม็ดเงินสะพัดประมาณ 53 ล้านบาท
 �
ในช่วงนี้ จะเห็นว่า บรรดาผู้สมัครของพรรคการเมืองต่างๆ เริ่มมีการหาเสียงที่เข้มข้นมากขึ้น และเป็นที่สนใจของบรรดาประชาชน และกองเชียร์ที่คอยติดตาม และไปให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสียงเชียร์ หรือการมอบดอกไม้ โดยเฉพาะพวงมาลัยดอกดาวเรือง นับเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งปี 2554 หรือประมาณ 40 วัน นับตั้งแต่วันเปิดรับสมัคร ธุรกิจร้อยพวงมาลัยดอกดาวเรืองน่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ และสามารถสร้างรายได้ได้เพิ่มขึ้นในช่วงเลือกตั้ง ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประมาณการณ์ว่า ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2554 จะทำให้ธุรกิจมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 53 ล้านบาท  และคาดว่า จะมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นกว่าการเลือกตั้งในปี 2550

ถึงแม้ว่าในปี 2550 จะมีจำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งมากกว่าปีนี้ กอปรกับจำนวนวันที่ใช้ในการหาเสียงมีมากกว่า (หรือประมาณ 45 วัน นับตั้งแต่วันรับสมัคร) แต่หากเปรียบเทียบเม็ดเงินเฉลี่ยต่อวันแล้ว พบว่า ในปี 2554 ธุรกิจร้อยพวงมาลัยดอกดาวเรืองในช่วงเลือกตั้ง สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 1.3 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าการเลือกตั้งในปี 2550 เช่นกัน ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดจำหน่ายพวงมาลัยดอกดาวเรืองในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าการเลือกตั้งในปี 2550 เป็นเพราะ

• ราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจาก ต้นทุนการผลิตที่แพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาปุ๋ย ค่าขนส่ง หรือค่าแรงงาน ส่งผลให้ปีนี้ ราคาดอกดาวเรืองปรับเพิ่มสูงขึ้นกว่าเท่าตัว ประกอบกับสภาพอากาศที่แปรปรวน เนื่องจาก ช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งในปี 2554 นี้ อยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้ผลผลิตดาวเรืองได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ปริมาณดาวเรืองที่มีคุณภาพมีจำนวนลดลง ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ราคาดอกดาวเรืองในปีช่วงเลือกตั้งปี 2554 เพิ่มสูงขึ้นกว่าการเลือกตั้งในปี 2550 ซึ่งอยู่ในช่วงปลายปี ที่มีสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการออกดอกของดาวเรือง ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพมากกว่า
• ความต้องการดอกดาวเรืองในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปีนี้ คาดว่า จะเพิ่มขึ้นกว่าปี 2550 เนื่องจาก ในปี 2554 มีจำนวนพรรคการเมืองที่เพิ่มขึ้น และการลงหาเสียงเลือกตั้งที่เข้มข้นและเข้าถึงพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะการหาเสียงเลือกตั้งของส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ในปีนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 125 คน จากเดิมที่มีเพียง 80 คนในปี 2550 ซึ่งทำให้การลงพื้นที่หาเสียงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง นอกจากนี้ คนที่เป็นที่นิยมและเป็นที่สนใจของประชาชน โดยเฉพาะหัวหน้าพรรค และผู้สมัครที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง รวมถึงผู้ใหญ่ของพรรคได้เข้ามาช่วยลงพื้นที่หาเสียงกันอย่างคึกคัก จึงทำให้คาดว่า ปีนี้ ความต้องการพวงมาลัยดอกดาวเรืองน่าจะมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการมอบพวงมาลัยให้กับบุคคลที่เป็นที่สนใจและชื่นชอบคาดว่าจะได้รับมากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ จากการสอบถามบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเกี่ยวกับยอดจำหน่ายดอกดาวเรืองที่จำหน่ายได้ในช่วงเลือกตั้งเปรียบเทียบกับช่วงปกติแล้ว พบว่า ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งสามารถสร้างรายได้ได้เพิ่มขึ้นกว่าในช่วงปกติถึงหนึ่งเท่าตัว กล่าวคือ ในช่วงปกติจะมีรายได้ในการจำหน่ายดอกดาวเรืองมาจากวันพระ วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญๆ และตามสถานที่ที่มีการบูชาไหว้เทพเจ้าศาสนาฮินดู ซึ่งจะมีการใช้พวงมาลัยดอกดาวเรืองในการไหว้สักการะจำนวนมาก แต่ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ความต้องการดอกดาวเรืองจะมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจาก พวงมาลัยที่นำไปคล้องคอผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น จะต้องใช้จำนวนดอกดาวเรืองจำนวนมากขึ้นในการร้อย ซึ่งมีความยาวประมาณ 50 เซนติเมตร อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวนี้ อาจจะไม่ได้เพิ่มขึ้นทุกร้าน ซึ่งส่วนใหญ่ที่เพิ่มขึ้นจะเป็นร้านที่ขายพวงมาลัยดอกดาวเรืองเป็นหลัก และมีการร้อยสำเร็จรูปไว้จำหน่ายอยู่แล้ว

กล่าวโดยสรุปแล้ว การเลือกตั้งในปี 2554 นี้ น่าจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ความต้องการดอกดาวเรืองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนๆ ที่ไม่ได้มีการเลือกตั้ง โดยเฉพาะพวงมาลัยดอกดาวเรืองที่กลายเป็นสัญลักษณ์ในช่วงของวันเลือกตั้ง โดยจะเห็นว่า ในช่วงที่มีการออกหาเสียงตามสถานที่ต่างๆ จะเห็นดอกดาวเรืองที่ร้อยเป็นพวงมาลัยประดับอยู่บนคอผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งแทบจะทุกคน  และแต่ละคนจะได้รับพวงมาลัยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5 พวง/วัน ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า ในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งปี 2554 นี้ ธุรกิจร้อยมาลัยดอกดาวเรืองขาย น่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ และสามารถสร้างรายได้ได้เพิ่มขึ้น โดยประมาณการณ์ว่า ในช่วงประมาณ 40 วันของการหาเสียง ธุรกิจจะสามารถสร้างเม็ดเงินเฉพาะจากดอกดาวเรืองเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 53 ล้านบาท

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Powered by WordPress | Designed by: seo services | Thanks to credit repair, web design st louis and std testing